สมัคร Music making เรียนวิธีอัดเสียงพากย์สไตล์ พันธมิตร ด้วย Garageband
ในคอร์ส Music making นอกจะเทคนิคการเรียบเรียงเพลงแล้ว
จะมีความรู้ด้าน sound engineer เบื่องต้นด้วยครับ
การมิกซ์เสียงพากย์สไตล์ “พันธมิตร ให้เสียงภาษาไทย” โดยโปรแกรม
Garageband
มีเทคนิคคร่าวๆดังนี้ครับ
1. อัดให้สํญญาณเข้าดังที่สุดแต่ไม่ Peak
สาเหตุที่เราต้งอัดเสียงเข้าให้ดังที่สุดเพราะว่าจะทำให้ S/N ratio หรืออัตราส่วนสัญญาณต่อเสียงรบกวนต่ำนั่นเอง
โดยปกติแล้ว เวลาจะอัดเสียง เราจะเริ่มจากการดู signal flow ครับ โดยต้องดูไล่ไปในแต่ละส่วนดังนี้
a. จุดแรกที่รับเสียงคือ ไมค์โครโฟน เราควรศึกษาระยะห่างที่เหมาะสมครับ
ถ้าเป็นไมค์ประเภท Dynamics ควรจะพูดใกล้ๆได้ ถึงแม้ว่าจะเกิด proximity effect แต่ช่วยให้
เสียงพากย์แน่นขึ้น ส่วนในกรณีที่ใช้ไมค์คอนเดนเซอร์ เรามักจะมีตัวกันลม อยู่แล้ว ทำให้ระยะไม่ใกล้เกินไปนัก
แต่ก็ไม่ควรห่างเกินหนึ่งฟุตนะครับ สำหรับผู้ที่ทำ Home studio เพื่อพากย์ แนะนำว่าใช้ไมค์
Dynamics (เช่น shure sm57 ) จะทำให้ การอัดเสียงไม่ยุ่งยาก เมื่อ boost สัญญาณขึ้นหรือใช้
Compressor ก็จะไม่มี noise ตามขึ้นมามากเหมือนกับ Condenser ครับ
ภาพ ไมค์ประเภท Condenser

ภาพไมค์ประเภท Dynamics

b. Mic- pre amp หรือ External sound card ใน pre amp มีหลักการเหมือนกันคือ ปรับสัญญาณ
input gain ให้เหมาะสม เต็มที่แต่ไม่ peak ( ปกติ peak คือตัววัดสัญญาณจะพุ่งเกิน 0db ไปแตะสีแดง
ของอุปกรณ์หรือโปรแกรมต่างๆครับ ใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกเจ้า) แต่ปุ่มปรับ output ให้ปรับไว้ตรงกลาง
หรือ 0db ก่อน โดยมากแล้ว output มักจะไม่ค่อยถูกปรับแต่งเว้นแต่สัญญาณมีปัญหาจริงๆครับ
เวลาวัด gain ให้คนพากย์ลองพากย์ไปด้วยความดังปกตินะครับ
ตัวอย่างภาพ Pre- Microphone

ตัวอย่างภาพ External sound card แบบ USB

2. สัญญาณขาเข้า ที่ Garageband
ให้เช็คช่อง input ด้านขวา select ให้ตรงกับ channal ของ soundcard นั้นๆ
สำหรับไมค์นิยมใช้ช่องที่ 1 และต้องปรับให้เป็น mono ด้วยนะครับ

กด monitor on (ในกรณีใช้ไมค์ต้องระวังเสียงวีด-feedback แนะนำให้ใช้หูฟังด้วยครับ)ดูที่ trackbar ด้านซ้ายของ
track ที่อัด ขณะที่ดู Level ให้ปรับ Volume ให้ไม่ peak หรือมีสีแดงขึ้น
(ตามภาพจะเห็นว่ามีไฟแดงขึ้นที่ด้านขวาของแถบไฟวัด level แสดงว่ามีสัญญาณบางช่วงที่ผ่านมา peak ไปแล้วครับ ไฟนี้กดเอาออกเพื่อให้ detect ค่าใหม่ได้)
สำหรับ soundcard หลายรุ่น โปรแกรมจะล็อคไม่ให้เราปรับ level ที่โปรแกรม เราก็ปรับอินพุธตามข้อ 1.b ได้ครับ แต่
สำหรับไมค์โครโฟนUSB จะไม่มีปุ่มปรับ Gain ดังนั้นตัว Hardware จะเปิดโอกาสให้เราปรับ Gain ที่ Garageband
แทน (การปรับให้ดูแถบใต้ input)

คราวนี้ก็ดำเนินการอัดได้เลยครับ จะได้รูปคลื่นที่สวย เต็มอิ่มแน่นอน
3. การปรับเสียงหลังอัดเรียบร้อยแล้ว
Garageband มี Effect “Speech enhancer” อยู่ เราเลือกที่ Drop down Bar เลือก Effect ต่างๆด้านขวาล่างได้ครับ

ในกรณีที่มี noise (เสียงรบกวนจากระบบ) เราสามารถเลื่อนแถบลด noise ได้จนกว่าจะพอใจครับ และเลือก
female หรือ male voice over ก็ได้สำหรับงานพากย์

คนที่ยังไม่ใช่นักพากย์มืออาชีพ อาจมีการพากย์ผิดพากย์ถูก เราสามารถที่จะอัดได้หลาย Take โดยทำ
ลูป สีเหลือง ไว้ด้านบนแล้วเราสามารถเลือก take ที่ชอบได้ในภายหลัง

สำหรับผู้ที่มีเสียงพากย์ ไม่ค่อยสม่ำเสมอ ดังบ้างค่อยมากบ้าง ถ้าแก้ที่วิธีพากย์ไม่ได้จริงๆ จะใช้ compressor effect
ช่วยก็ได้นะครับ โดยลองเลื่อน คอมเพลสเซอร์จนเสียงฟังดูนุ่มนวลราบเรียบดี ส่วน Equalizer ถ้าเป็นไมค์ dynamics
น่าจะตัดเสียงต่ำๆออกให้หมดครับ จะมิกซ์ง่ายกว่า ยิ่งถ้าทำ spot วิทยุที่มีเสียงดนตรีซ้อนด้วยเนี่ย ตัดตั้งแต่ 250Hz ลงไป
ให้หมดเลย แต่ถ้ากลัวเสียงจะไม่มีน้ำหนัก ให้ตัดช่วง mid bass ออกไปเท่านั้นได้ครับ และเพิ่มเสียงแหลมด้วย

4. ใส่ backing track หรือ sound effect
ใส่ได้ตามใจชอบที่ Track อื่นๆ ใน garageband สามารถปรับ
automation หรือการสั่งงานให้เสียง ดังเฉพาะช่วงเวลา หรือย้ายไปลำโพงซ้ายขวาได้ตามชอบ โดยกดปุ่ม
ลูกศรสามเหลี่ยมสัญลักษณ์ “ลง” ที่ track bar ด้านซ้ายครับ

ในขั้นตอนนี้เมื่อใส่ effect ในแต่ละ track แล้วก็ควร balance เสียงไว้ด้วยครับ
5. การปรับแต่งที่ master track

สิ่งที่พลาดไม่ได้ในการทำให้งานออกมามีเสียงที่ฟังแล้ว”ดัง” ชัดเจน คือ plugin ชื่อ “Peak limiter ”

โดยปกติแล้วเวลาเราเปิดเสียงในวิทยุ เสียงของเพลงหรือพากย์ที่ผลิตโดยคนอื่นๆจะมีความ “ดัง” อยู่มากครับ
ถ้าเราทำ normalize โดยวิธีปกติ ( export at full loudness) บางทีอาจจะดังไม่พอ ครั้นจะเร่ง gain output
โดยตรงให้เสียงดังขึ้น ก็ทำให้เสียงช่วงที่ดังๆอยู่แล้ว peak ขึ้นไปอีก (ถ้าเป็นโฆษณาก็จะเป็นช่วงใกล้ๆจบที่มีเพลงโหม
และมีเสียงพูดทับอยู่ด้วย) ปลั๊กอินตัวนี้ทำให้เราดันเสียงให้ดังขึ้นได้โดยไม่ peak ! แต่เวลาปรับ pre-gain ต้อง
ทดลองฟังด้วยครับว่าเสียงในช่วงรอยต่อระหว่างช่วงเบากับช่วงดัง มีลักษณะผิดปกติไปหรือไม่ (ถ้าเสียงฟังดูแปลกๆ
เช่น เสียงช่วงที่เบาดันฟังดัง และเสียงช่วงที่ดังดันฟังเบาก็ให้ลด pre-gain ใน peak limiter ลง)
ใน garageband’08 จะมี functionใหม่ซึ่งเรียกว่า Ducker ทำหน้าที่คล้าย side chain compressor ในโปรแกรม
DAW รุ่นใหญ่ คือเราสามารถที่จะ กำหนด track หลักที่มีความสำคัญที่เราต้องการจะได้ยินตลอดโดย
ไม่ต้องถูกเสียงอื่นกลบ ในที่นี้คือ track เสียงพากย์นั่นเองครับ ที่เราอยากได้ยินชัดตลอดช่วง

เมื่อเลือก ducker แล้วเราจะต้องทำการเลือก track ที่เราต้องการให้เป็น track หลักโดยกดปุ่มลูกศร “ขึ้น”ซึ่ง
จะปรากฎอยู่ ที่ track bar ด้านซ้ายครับ(จะปรากฎหลังเลือก ducker) เราสามารถเลือกได้หลาย
Track ด้วยเช่นกันในกรณีพากย์หลายคน หลังจากเลือกแล้วให้เลือกประเภทจาก preset ของ ducker
ซึ่งจะแบ่งเป็น slow ไปจนถึง fast นั่นคือความเร็วในการเข้าแทรกแซงของการลด level track อื่นๆนั่นเอง
สำหรับงาน Dj ผมแนะนำให้ใช้แบบ slow แต่งาน พากย์ presentation voice over น่าจะเลือก fast ได้ครับ
พอเลือกประเภทเสร็จให้ ปรับค่า ” amount ” ซึ่งเป็นระดับของการลดเสียง soundtrack ให้อยู่ในระดับที่คุณ
พอใจ (อาจจะฟังแล้วไม่วูบวาบเกินไปได้ครับ)

ก็หมดเทคนิคคร่าวๆของการอัดเสียงพากย์กับ garageband ครับ สำหรับเวอร์ชั่นใหม่ของโปรแกรมนี้มีฟังก์ชั่น advance
หลายๆอย่างที่น่าสนใจรวมทั้งการทำ automation ของ effect ต่างๆได้ด้วย !! ( เทียบได้กับ DAW รุ่นใหญ่ราคาแพงเลย)

สำหรับผู้ที่สนใจเรียนและ workshopกันจริงๆ รับประกันได้ผลงานกลับไป ก็ติดต่อ iSchool ได้นะครับ
ที่ info@iSchool.in.th หรือ hotline 0850480801 โปรแกรมแถมฟรีตัวนี้ ทำได้ทุกอย่างที่คุณต้องการจริงๆครับ

Twitter
Facebook
KRISS
3 September 2008 เมื่อ 4:53 pmแล้วมีอัดแนว นปช. ไหมครับ อัดแนวเดียวเดี๋ยวจะหาว่าสื่อไม่เป็นธรรมนะครับ