ความขัดกันอย่างกลมกลืนในจังหวะดนตรีแบบเร้กเก้ (Reggae) และสกา (Ska) ตอนที่ 2 : เรียนทำเบส

15 October 2009

bass-reggae

สวัสดีครับ พบกับผม manual อีกครั้งนะครับ ใน blog ที่แล้วได้พูดถึง จังหวะของเร้กเก้ สกาในส่วนของกลองไปแล้ว จริงๆแล้วการเรียนดนตรีสมัยนี้เป็นเรื่องที่กว้างขึ้นดีจริงๆนะ ช่างเป็นเรื่องที่ดี มาคราวนี้มาต่อในส่วนของ เบสบ้างครับ

ในการเดินเบสเร้กเก้นั้น ต้องบอกเลยว่าเป็นอะไรที่ค่อนข้างฝืนกับความรู้สึกของคนไทยอยู่บ้างครับ คนไทยเรานั้นมีการเรียนรู้ทางดนตรีชินกับจังหวะที่ลง accent ที่ 1 และ 3 สังเกตได้จากงานคอนเสิร์ตที่มีชาวต่างชาติมา อย่างเช่น jazz festival เป็นต้น พอถึงท่อนที่นักดนตรีหยุดเพื่อให้คนตบมือตาม คนไทยจะตบ 1-3 ส่วนคนชาติอื่นจะตบ 2-4 มั่วกันไปหมดครับ อันนี้ก็ไม่ได้โทษอะไร เพราะเราชินกับจังหวะ 1-3 เสียส่วนใหญ่ครับ ผมเคยเล่นดนตรีงาน party ของคนญี่ปุ่น เป็นที่น่าแปลกว่าคนญี่ปุ่นตบมือได้ถูกว่า เพลงไหนควร 1-3 เพลงไหนควร 2-4 ไม่ว่าจนเป็นวัยรุ่น หรือคนรุ่นคุณแม่ เค้าก็ตบมือถูก น่าแปลกดีครับ ก็ต้องเรียนรู้กันไป เรียนดนตรีต้องเปิดใจครับ มีแต่ได้กับได้

การเดินเบสนั้น สำคัญที่ accent อย่างมากครับ มือเบสเร้กเก้ที่ดีควร tap (ในใจที่) 2-4 ครับ แต่ถามว่า tap 1-3 ได้ไหม คำตอบคือ ได้ครับ แต่ feeling จะขาดความโยนมาก การ tap 1-3 จะใช้ได้บ้างในเพลงสกาบางเพลงครับ ชึ่งจะช่วยให้เพลงไหลลื่น ไม่หนืดเกินไป แม้แต่กับเพลง reggae เองการ tap 1-3 ก็ไม่ถึงกับผิดครับ เพียงแค่อาจจะยังไม่หนึบมากนั่นเอง

ตัวอย่างเพลงที่ tap 1-3 ของเบสและกลองที่ดีคือเพลง santeria ครับ

หรือเพลง baby I love you way ก็เช่นกันครับ 2 เพลงนี้จะเป็น reggae สมัยใหม่ๆหน่อยแล้วครับ


แต่ในที่นี้ผมจะลองยกตัวอย่างของเบสเร้กเก้แบบที่ tap 2-4 ก่อนครับ ใช้คู่กับ groove กลองอันเก่า

bass1

ดูยากนิดนึง กดฟังไฟล์เสียง Bass-and-drum-reggae

จะเห็นว่า เบสเองมีการเล่นหน่วงๆ หนืดๆ ผิดไปจากธรรมดา คือจะไม่ลงจังหวะตกเป๊ะๆ หรือ ลงแต่อาจจะไม่ลงน้ำหนักมาก หรือลงแต่อาจจะยืดโน้ตให้ดูด้วยๆ ครับ

จะเห็นว่า มีการลง เบสที่ 1 กับ 3 หรือบางทีลง 1 อย่างเดียวก็มี แต่ตัวที่ accent จริงๆกลับเป็น beat 2-4 หรือไม่ก็เป็นจังหวะยกซะมากกว่าครับ ซึ่งเทคนิคคล้ายๆกับการ accent โน้ตเพลง funk เหมือนกัน แต่โน้ตนั้นจะลง 1 กับ 3 เบื่อบ่งบอกว่าคอร์ดนั้นเป็นคอร์ดอะไรครับ เพราะถ้าไม่มีตัวอะไรลงเลยเนี่ยในจังหวะแรก กลองก็ไม่ลง เบสก็ไม่ลง บางทีอาจจะเกิดอาการเหวอของเพลงได้ครับ

กล่าวโดยสรุปคือ ไม่ว่า จะ tap 2-4 หรือ 1-3 นั้น ขึ้นอยู่กับกลองและจุดประสงค์เพลงด้วยครับ ถ้าแบบดั้งเดิมมัก tap 2-4 ครับ เพื่อดึงหนืด แต่ถ้า สมัยใหม่หน่อยอาจจะ tap 1-3 เพื่อให้เพลงไหลลื่น และมีจังหวะหนักแน่นได้บ้าง ขึ้นอยู่กับการใช้งานครับ ต้องค่อยๆศึกษา ค่อยๆเรียนรู้กันไปครับ ของพวกนี้อยู่ที่ประสบการณ์เหมือนกันครับ นักดนตรี หรือจิตกรที่เก่งๆ ส่วนนึงมากจากความรู้ แต่อีกส่วนมาจากความเคยชินของมือเช่นกันครับ

คราวหน้าต่อกันเรื่อง Guitar และเครื่อง harmony อื่นๆ  ครับ สวัสดี

Tags: , , , , ,

ทักทาย

หากต้องการให้มีรูปอวตาร (avatar) ประจำอีเมล กรุณา สมัครที่ Gravatar

Spam Protection by WP-SpamFree