Chord Progression ที่นิยมใช้ในการทำเพลง
สวัสดีครับ พบกับผม Manual ครับ สำหรับครั้งนี้มาแปลกหน่อยจะไม่เหมือนคราวก่อน เพราะเราจะไม่ได้มาทำเพลงนู้นเพลงนี้กัน แต่เราจะเน้นพูดคุยและทำความเข้าใจกับเรื่องๆหนึ่ง ที่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งในการแต่งเพลง นั่นคือเรื่อง Chord Progression ครับ
Chord Progression คืออะไร?
สำหรับคนที่ไม่ได้ศึกษาพวกทฤษฎีดนตรีมา อาจจะงง ก็เอาเป็นว่าเราจะมาทำความเข้าใจไปพร้อมกันเลยนะครับ มันคือรูปแบบการเรียงร้อย Chord ครับ ว่าคอร์ดนี้ ไปคอร์ดนี้ และไปคอร์ดไหน ยังไงต่อนั่นเองครับ
โดย ผมจะอ้างอิง C Major Scale เป็นหลักในการทำความเข้าใจครับ

อันนี้เป็นโครงสร้างคอร์ดครับ มองให้เป็นตัวเลข ก็จะได้ Structure นี้คือ หนึ่ง,หนึ่ง,ครึ่ง, หนึ่ง, หนึ่ง, หนึ่ง, ครึ่ง (รูปสี่เหลี่ยมคือ 1 เสียง สามเหลี่ยมคือครึ่งเสียง)
ต่อมาพอได้ Scale แล้ว ทีนี้เราก็จะได้คอร์ดที่จะใช้สำหรับเพลงเราแล้ว สูตรเป็นดังนี้

สูตรก็คือ
ตัวที่ i, iV และ V ของ scale จะเป็น Major Chord
ตัวที่ ii, iii และ Vi เป็น minor Chord
ตัวที่ Vii เป็น Diminished Chord
ถ้าลองกดตามนี้บนคีย์ C ก็จะพบว่า ไม่มีโน้ตนอก Scale เลยซักตัว คือไม่มีโน้ตีดำเลยซักตัวนั่นเอง เป็นไปตาม Scale ที่วางไว้
ทีนี้ ในการแต่งเพลงนั้น ตามทฤษฎีแล้วคอร์ด Diminished เนี่ย ถือเป็นคอร์ดที่ให้โทนขม หม่น และไม่มีความแข็งแรง ไม่สามารถเป็นคอร์ดหลักๆได้ ดังนั้นคอร์ดนี้จึงแทบไม่ค่อยพบนักในเพลง Pop เลย ฉะนั้น Chord พื้นฐานที่เราจะใช้จึงเหลือแค่ 6 คอร์ด ดังนี้

ถูกต้องแล้ว เราใช้คอร์ดเพียงเท่านี้แหละในการทำเพลงสำหรับเริ่มต้นครับ ส่วนเรื่องต่อไปก็คือ กับจับเอาไอ้เจ้า 6 คอร์ดนี้แหละมาสลับหน้า สลับหลัง สลับซ้าย สลับขวา ซึ่งขั้นตอนนี้เองที่เรียกว่า Chord Progression เอาละมาดูตัวอย่างกัน
Progression ชุดที่ 1 : i – iii – ii – V
Progression นี้พบได้ในเพลง “ก้อนหินละเมอ” ในท่อน A นั่นเองครับ ประกอบด้วย C – Em -Dm -G นั่นเอง
![]()
Progression ชุดที่ 2 : ii – V – i
อันนี้เราพบได้ในเพลง Sunday Morning ชัดเจนมาก จริงๆแล้ว ii – V – i นี่ถือเป็น Basic Progression สำหรับคนที่เริ่มเรียน jazz จะต้องเจอเลยทีเดียว เพลงนี้คอร์ดเป็น Dm – G – C
![]()
Progression ชุดที่ 3 : iV – iii – ii – i
เพลง “หยุด” ของ Groove Rider เพลงสุดฮิตอมตะนิรันดร์กาล ใช้ Progression นี้ แต่ไม่ได้ใช้บนคีย์ C แต่ใช้บนคีย์ G คอร์ดท่อน A ของเพลงเป็นดังนี้

ซึ่งถ้าลองเอามาทำให้เป็นคีย์ C โดยยึด Progression เดิม ก็จะได้
Progression ชุดที่ 4 : i – V – Vi – iV
อันนี้เป็นอะไรที่เจอบ่อยมากมายทั้งในเพลงไทยและเพลงสากลครับ ถ้าในเพลงสากลเลย ก็เพลง “Superman It’s not easy” เป็นคีย์ C เลย คอร์ดคือ
![]()
หรือในเพลงไทยอย่างเช่นเพลง “เบาๆ” ของ Singular ก็ใช้ Chord Progression นี้ในบางช่วงของท่อน A และท่อน Hook ด้วย เพียงแต่เพลงนี้เป็นคีย์ B ซึ่งคอร์ดได้แก่
![]()
ถ้าเล่นคอร์ดนี้ในสำเนียง Reggae เราก็จะได้เพลง “I’m yours” ของ Jason Mraz มากันเลยทีเดียว เห็นไหมครับว่าแม้จะเป็นคอร์ดชุดเดียวกัน แต่กลับให้อารมณ์เพลงคนละแบบ กลายเป็นคนละเพลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ยังคงมี Chord Progression แบบต่างๆอีกมากมายหลายหลากในโลกนี้ แต่ครั้งนี้เอาเท่านี้ก่อน
ทีนี้เมื่อเรามีตัวอย่าง Progression ต่างๆแล้ว เราก็ลองเอาคอร์ดพวกนี้มาลองแต่งเพลง แต่งเนื้อร้อง ทำนองต่างๆได้แล้วครับ อย่างไรก็ดีนี่ไม่ใช่เรื่องตายตัวว่าจะต้องตามนี้เป๊ะๆ แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเพื่อให้เราทำเพลงได้ครับ อาจจะมีการดัด progression ให้ต่างกันออกไป ก็แล้วแต่ชอบครับ หลักสำคัญก็คือให้นึกถึงความสัมพันธ์เป็นเลขโรมัน แล้วทีนี้จะเอาไปใช้กับคีย์ไหนในคีย์ที่มีอยู่ทั้งหมด 12 ก็ได้แล้วครับ
ขอให้สนุกกับการทำเพลงครับ สวัสดี
Tags: ทำเพลง, สอนทำเพลง, เรียนทำเพลง, แต่งเพลง

Twitter
Facebook