Chord Progression ที่นิยมใช้ในการทำเพลง

20 April 2012

สวัสดีครับ พบกับผม Manual ครับ สำหรับครั้งนี้มาแปลกหน่อยจะไม่เหมือนคราวก่อน เพราะเราจะไม่ได้มาทำเพลงนู้นเพลงนี้กัน แต่เราจะเน้นพูดคุยและทำความเข้าใจกับเรื่องๆหนึ่ง ที่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งในการแต่งเพลง นั่นคือเรื่อง Chord Progression ครับ

Chord Progression คืออะไร?

สำหรับคนที่ไม่ได้ศึกษาพวกทฤษฎีดนตรีมา อาจจะงง ก็เอาเป็นว่าเราจะมาทำความเข้าใจไปพร้อมกันเลยนะครับ มันคือรูปแบบการเรียงร้อย Chord ครับ ว่าคอร์ดนี้ ไปคอร์ดนี้ และไปคอร์ดไหน ยังไงต่อนั่นเองครับ

โดย ผมจะอ้างอิง C Major Scale เป็นหลักในการทำความเข้าใจครับ

01
อันนี้เป็นโครงสร้างคอร์ดครับ มองให้เป็นตัวเลข ก็จะได้ Structure นี้คือ หนึ่ง,หนึ่ง,ครึ่ง, หนึ่ง, หนึ่ง, หนึ่ง, ครึ่ง (รูปสี่เหลี่ยมคือ 1 เสียง สามเหลี่ยมคือครึ่งเสียง)

ต่อมาพอได้ Scale แล้ว ทีนี้เราก็จะได้คอร์ดที่จะใช้สำหรับเพลงเราแล้ว สูตรเป็นดังนี้

02
สูตรก็คือ
ตัวที่  i, iV และ V ของ scale จะเป็น Major Chord
ตัวที่ ii, iii และ Vi เป็น minor Chord
ตัวที่ Vii เป็น Diminished Chord

ถ้าลองกดตามนี้บนคีย์ C ก็จะพบว่า ไม่มีโน้ตนอก Scale เลยซักตัว คือไม่มีโน้ตีดำเลยซักตัวนั่นเอง เป็นไปตาม Scale ที่วางไว้

ทีนี้ ในการแต่งเพลงนั้น ตามทฤษฎีแล้วคอร์ด Diminished เนี่ย ถือเป็นคอร์ดที่ให้โทนขม หม่น และไม่มีความแข็งแรง ไม่สามารถเป็นคอร์ดหลักๆได้ ดังนั้นคอร์ดนี้จึงแทบไม่ค่อยพบนักในเพลง Pop เลย ฉะนั้น Chord พื้นฐานที่เราจะใช้จึงเหลือแค่ 6 คอร์ด ดังนี้
03
ถูกต้องแล้ว เราใช้คอร์ดเพียงเท่านี้แหละในการทำเพลงสำหรับเริ่มต้นครับ ส่วนเรื่องต่อไปก็คือ กับจับเอาไอ้เจ้า 6 คอร์ดนี้แหละมาสลับหน้า สลับหลัง สลับซ้าย สลับขวา ซึ่งขั้นตอนนี้เองที่เรียกว่า Chord Progression เอาละมาดูตัวอย่างกัน

Progression ชุดที่ 1 : i – iii – ii – V

Progression นี้พบได้ในเพลง “ก้อนหินละเมอ” ในท่อน A นั่นเองครับ ประกอบด้วย C – Em -Dm -G นั่นเอง
04

Progression ชุดที่ 2 : ii – V – i

อันนี้เราพบได้ในเพลง Sunday Morning ชัดเจนมาก จริงๆแล้ว ii – V – i นี่ถือเป็น Basic Progression สำหรับคนที่เริ่มเรียน jazz จะต้องเจอเลยทีเดียว เพลงนี้คอร์ดเป็น Dm – G – C
05

Progression ชุดที่ 3 : iV – iii – ii – i

เพลง “หยุด” ของ Groove Rider เพลงสุดฮิตอมตะนิรันดร์กาล ใช้ Progression นี้ แต่ไม่ได้ใช้บนคีย์ C แต่ใช้บนคีย์ G คอร์ดท่อน A ของเพลงเป็นดังนี้
06

ซึ่งถ้าลองเอามาทำให้เป็นคีย์ C โดยยึด Progression เดิม ก็จะได้

07

Progression ชุดที่ 4 : i – V – Vi – iV

อันนี้เป็นอะไรที่เจอบ่อยมากมายทั้งในเพลงไทยและเพลงสากลครับ ถ้าในเพลงสากลเลย ก็เพลง “Superman It’s not easy” เป็นคีย์ C เลย คอร์ดคือ
08

หรือในเพลงไทยอย่างเช่นเพลง “เบาๆ” ของ Singular ก็ใช้ Chord Progression นี้ในบางช่วงของท่อน A และท่อน Hook ด้วย เพียงแต่เพลงนี้เป็นคีย์ B ซึ่งคอร์ดได้แก่
09

ถ้าเล่นคอร์ดนี้ในสำเนียง Reggae เราก็จะได้เพลง “I’m yours” ของ Jason Mraz มากันเลยทีเดียว เห็นไหมครับว่าแม้จะเป็นคอร์ดชุดเดียวกัน แต่กลับให้อารมณ์เพลงคนละแบบ กลายเป็นคนละเพลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ยังคงมี Chord Progression แบบต่างๆอีกมากมายหลายหลากในโลกนี้ แต่ครั้งนี้เอาเท่านี้ก่อน
ทีนี้เมื่อเรามีตัวอย่าง Progression ต่างๆแล้ว เราก็ลองเอาคอร์ดพวกนี้มาลองแต่งเพลง แต่งเนื้อร้อง ทำนองต่างๆได้แล้วครับ อย่างไรก็ดีนี่ไม่ใช่เรื่องตายตัวว่าจะต้องตามนี้เป๊ะๆ แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเพื่อให้เราทำเพลงได้ครับ อาจจะมีการดัด progression ให้ต่างกันออกไป ก็แล้วแต่ชอบครับ หลักสำคัญก็คือให้นึกถึงความสัมพันธ์เป็นเลขโรมัน แล้วทีนี้จะเอาไปใช้กับคีย์ไหนในคีย์ที่มีอยู่ทั้งหมด 12 ก็ได้แล้วครับ

ขอให้สนุกกับการทำเพลงครับ สวัสดี

Tags: , , ,

ทักทาย

หากต้องการให้มีรูปอวตาร (avatar) ประจำอีเมล กรุณา สมัครที่ Gravatar

Spam Protection by WP-SpamFree