Music for the Young
สอนทักษะการเล่นคีย์บอร์ด / เปียโน ตามหลักสูตร All Alfred Piano Methods หรือ Trinity (แล้วแต่เลือก) พัฒนาทักษะการเล่น อ่าน และฟัง สำหรับเด็ก โดยใช้คีย์บอร์ดที่ไม่แข็งเกินไป
รายละเอียดหลักสูตร
| ชื่อคอร์ส | Music for the Young |
|---|---|
| เรียนรู้เกี่ยวกับ | คีย์บอร์ด/เปียโน, GarageBand |
| ราคา | เดือนละ 2,900 บาท |
| เวลาเรียน | 4 ครั้ง x 1.5 ชั่วโมง (ต่อเดือน) |
เรียนดนตรีสำหรับเด็ก ด้วย Computer
เขียนโดน พัชร
จุดประสงค์การเรียนรู้
พัฒนาทักษะการเล่นเสียงเครื่องดนตรีชนิดอืนจากคีย์บอร์ด สอนให้รู้จักตัวโน้ตดนตรีและเรียนรู้สิ่งที่เล่นไปแล้วด้วยคอมพิวเตอร์ สอนให้รู้จักความสวยงามของเสียงดนตรี
สิ่งที่จะได้รับจากการอบรม
ผู้เรียนจะเพิ่มพูนทักษะการเล่นดนตรี สามารถเล่นดนตรีได้เพื่อความเพลิดเพลินและสร้างวิธีคิดที่ละเอียดและอ่อนโยนจากดนตรี มีความเข้าใจในจังหวะเป็นอย่างดี สามารถอัดเสียงที่เล่นไปเป็น mp3 เพื่อให้ผู้ปกครองฟังและรับรู้ความก้าวหน้าของเด็กได้ รวมทั้งสามารถแสดงโน้ตที่เด็กสร้างขึ้นจากการเล่นได้ทันที เด็กจะมีความเข้าใจถึงความสัมพันธ์ของการเล่นและตัวโน้ตได้ทันทีเนืองจากคอมพิวเตอร์สามารถที่จะสร้างตัวโน้ตได้ Real Time ในขณะที่เล่น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสริมสร้างความรักในเสียงดนตรี สร้างความเชื่อมโยงในครอบครัวด้วยผลงานเพลงที่สร้างร่วมกันโดยการช่วยเหลือจากอาจารย์ได้
ทักษะที่ผู้สอนจะต้องถ่ายทอด ประกอบไปด้วย พื้นฐานท่าทางการเล่น ทักษะในการอ่านโน้ต ทักษะการฟังเพลง ทักษะทางจังหวะ ทักษะการพัฒนาความคล่องตัวกล้ามเนื้อนิ้วมือ นอกจากนี้ผู้เรียนยังได้ มีทักษะในการใช้ควบคุม interface ต่างๆของคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย โดยคุณสมบัติที่สำคัญคือความใจเย็นและเข้าใจเด็กของผู้สอน
พี้นฐานของผู้สมัครเรียน
ผู้เรียนไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานทางด้านดนตรีมาก่อน เหมาะสำหรับเด็กตั้งแต่อายุ 6 ปีขึ้นไป
เพิ่มเติมสาระจาก iSchool Blog
เรียนดนตรี กับ iSchool ดีอย่างไร
น้องมิมกำลังฝึกตีกลองบนคีย์บอร์ดอย่างขมักเขม้น แต่ว่าเค้าเขินกล้อง iMac ที่ถ่ายตัวเองอยู่มาก น่ารักจริงๆครับ
น้องมิมกำลังพยายามกด Chord ให้ตรงจังหวะเพื่ออัดเข้าไปในโปรแกรมทำเพลง หลังจากมาเรียนเพียงแค่สามครั้ง
ประโยชน์ของการเรียนดนตรี สำหรับเด็กอายุ หกปีขึ้นไป
ปกติแล้วผู้ที่ส่งเด็กมาเรียนดนตรีก็ไม่ได้คาดหวังว่าเด็กๆจะมาเรียนดนตรีเพื่อเป็นนักดนตรีเป็นหลัก แต่สิ่งที่ผู้ปกครองทุกคนต้องการก็คือ อยากให้เด็กๆได้ฝึกสมาธิ โดยเรื่องสมาธินี้เองที่จะส่งผลเกื้อหนุนต่อการเรียนของเด็กที่โรงเรียน ลดความ Hyper เกินไปของเด็กบางคน เวลาที่เรียนดนตรีใจต้องจดจ่ออยู่กับเครื่องดนตรี พอเริ่มเล่นเป็นเพลงแล้วก็จะฝึกอ่านตัวโน้ต มีสมาธิเพื่อต้องจดจำตัวโน้ต ให้ได้ อีกทั้งยังต้องใช้ความอดทนตั้งใจเพื่อเล่นเพลงนั้นๆ ให้จบ การร่วมเล่นดนตรีและได้เห็นความพึงพอใจจากผู้ฟังทำให้เด็กมีอารมณ์ดี การเรียนดนตรีตั้งแต่ยังอายุน้อยๆก็เหมือนการปูเส้นทางความคิดที่แตกต่างจากเด็กคนอื่นๆที่มุ่งเรียนแต่ด้านวิชาการอย่างเดียว ที่สำคัญ ความไพเราะของเสียงที่ออกมาบ่งบอกถึงระดับของจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของเด็กได้อย่างชัดเจนด้วย และสุดท้าย การได้แสดงดนตรีก็คือการพัฒนาความเชื่อมั่น การควบคุมอารมณ์และการพัฒนาบุคลิกภาพนั่นเอง
ถาม : เด็กๆเรียนน่าดนตรีจะเรียนที่ไหนก็ได้ แต่ทำไมต้องเป็น iSchool ?
ตอบ : เพราะที่ iSchool เด็กได้เรียนดนตรีกับ คอมพิวเตอร์
ข้อดีของการเรียนดนตรีกับคอมพิวเตอร์ที่ iSchool
1. จุดมุ่งหมายในการเรียนมี millstone ชัดเจน iSchool เป็นโรงเรียนดนตรีแห่งแรกที่คิดค้นหลักสูตรการเรียนดนตรีสำหรับเด็กกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งเหมาะกับยุคสมัยเป็นอย่างยิ่ง การเรียนกับเรานอกจากจะเน้นทักษะทางดนตรีโดยอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญทางจิตวิทยาเด็กและมีฝีมือทางดนตรีแล้ว ยังมีความเชื่ยวชาญในการใช้โปรแกรมทางดนตรีเพื่อถ่ายทอดให้เด็กทุกคนได้รับความรู้และความสนุกสนาน อุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียนคือคีย์บอร์ดรุ่นใหม่ล่าสุดที่ต่อสาย USB เข้ากับคอมพิวเตอร์ เด็กๆสามารถเลือกเสียงเครื่องดนตรีที่ตนเองชื่นชอบไม่จำเป็นต้องเป็นเสียงเปียโนเพียงอย่างเดียว และอัดเสียงได้ ปัญหาของการเรียนดนตรีที่มีมาแต่ดั้งเดิมคือเด็กๆไม่เห็นผลงานที่ชัดเจนและคุณพ่อคุณแม่ไม่เห็นผลงานของลูกจะหมดไปในทันทีเพราะเด็กๆจะอัดเพลงที่ตัวเองเล่นในแต่ละคาบเรียนและ Export เป็น mp3 ส่งอีเมล์ให้คุณพ่อคุณแม่ได้ หรือจะเก็บไว้ในเครื่องเล่น mp3 แบบพกพาเพื่อทบทวนสิ่งที่ตัวเองเล่นได้อย่างง่ายดาย ในขณะเล่น โปรแกรมจะสามารถพิมพ์โน้ตและ export เป็น pdf ได้อีกด้วย ในกรณีที่น้องๆแต่งเพลงเรียบร้อยแล้วก็จะสามารถมีโน้ตเพลงส่วนตัวนำไปให้คนอื่นๆเล่นได้เลย
2. โลกเปลี่ยนเร็ว iSchool สอนให้เป็นเร็ว เข้าใจดนตรีเร็ว และรู้ภาพรวมของดนตรีได้อย่างเร็วเป็นทวีคูณ หมดยุคการเรียนดนตรีที่คร่ำเคร่งอยู่ในห้องที่มีแต่เปียโนตัวเดียวหรือการใช้หนังสือหลักสูตรดั้งเดิมเรียนเป็นระยะเวลานานโดยไม่รู้จุดหมาย การสอนของ iSchool นั้นอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ตลอด อาจารย์สามารถที่จะหาข้อมูลทฤษฎีการเล่นดนตรีนับร้อยนับพันได้จาก internet สามารถหาตัวอย่างการเล่นแบบต่างๆได้ทั่วโลกจาก youtube แชร์การเล่นเครื่องดนตรีขึ้น youtube กับเพื่อนๆได้นับไม่ถ้วน หาโน้ตและคอร์ดเพลงต่างๆได้จาก Google แม้แต่ Simulation การหาคอร์ดและสเกล (การไล่บันไดเสียง) ก็มีเว็บที่ให้บริการอยู่แล้วเช่น looknohand
เด็กจะได้ฝึกทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และการใช้ Search Engine ไปในตัวและทักษะการแชร์ไฟล์ร่วมกับผู้อื่นโดยอาจารย์จะเป็นผู้ให้ความรู้อย่างสมดุลกับทักษะทางดนตรี
3.iSchool ไม่ได้สอนให้เล่นดนตรีเป็นอย่างเดียว แต่สอนให้ทำเพลงได้ รู้จักทุกมิติของดนตรี เป็นการฝึกความลึกซึ้งและกระบวนการคิดในเชิงบริหารให้กับเด็กๆ เด็กๆจะรู้ว่าเครืองดนตรีแต่ละชนิดมีบทบาทอย่างไรในวงดนตรีและในเพลงผ่านทางโปรแกรมดนตรีซึ่งเป็นลักษณะ multitrack โดยหลังจากที่เด็กๆอัดเสียงคีย์บอร์ดเพลงที่ตนชอบไว้แล้ว อาจารย์จะแนะนำให้ใส่เครื่องดนตรีชนิดอื่นเข้าไปประกอบไม่ว่าจะเป็น Bass , เครื่องสาย หรือกลอง เด็กๆจะเกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงเพลงที่ฟังในชีวิตประจำวัน และเข้าใจในการเล่นดนตรีร่วมกับผู้อื่นในซึ่งในกรณีที่มีทักษะเพียงพอแล้ว อาจารย์จะผลักดันและจัดคลาสเรียนให้มีลักษณะในการแจมกันนอกจากจะสนุกสนานแล้วยังเป็นการฝึกการทำงานเป็นทีมร่วมกับผู้อื่น
4.iSchool เน้นการเล่นดนตรียุคใหม่ด้าน Pop และ Jazz เราสอนให้เล่นเป็นและแทรกบทเรียนความรู้เข้าไปให้การเรียนมีสีสัน สนุกสนาน
ปัญหาดั้งเดิมของเด็กที่เรียนดนตรีแล้วเบื่อหรือไม่ชอบก็คือ ในระยะแรกของการเรียน เด็กจะยังไม่ซึมซับกับเสียงดนตรีทำให้รู้สึกเหมือนถูกผู้ปกครองบังคับให้เรียน เกิดความเบื่อหน่ายและอาจตั้งกำแพงกับดนตรีจึงมักจะเลิกเรียนในเวลาต่อมาไม่นาน มีเด็กน้อยคนที่จะเรียนอย่างต่อเนื่องจนเก่ง สำหรับ iSchool เราได้ทำให้ดนตรีมีความสนุกตั้งแต่แรกด้วยความช่วยเหลือจากศิลปินสำเร็จรูปในคอมพิวเตอร์ น้องๆสามารถที่จะใช้จินตนาการในการทำเพลงได้โดยยังไม่ต้องรอให้ทักษะทางดนตรีขึ้นมาถึงระดับหนึ่งด้วยการเลือกลูปสำเร็จรูปที่มีอยู่มาทำการตัดต่อเป็นเพลงได้ จากนั้นเมื่อเพลิดเพลินกับการประดิษฐ์เพลงแล้วก็จะเกิดแรงผลักดันให้ต้องพัฒนาทักษะโดยอัตโนมัติเพราะต้องการสร้างเพลงที่ดีขึ้นกว่าเดิม สำหรับที่ iSchool เด็กๆสามารถเลือกเพลงที่จะเล่นเองได้เช่นเพลงที่คุณพ่อคุณแม่ชอบฟังสลับกับเพลงที่อาจารย์เป็นผู้เลือกให้และอาจารย์จะค้นคว้าหาข้อมูลเพลงนั้นๆร่วมกับเด็กผ่านทาง Internet นั่นเอง
5. iSchool เน้นให้เด็กๆมีผลงานร่วมกับครอบครัว เมื่อเด็กๆเรียนไปได้ระยะเวลาจะมีทักษะพอสมควร (โดยปกติไม่เกินสองหรือสามเดือน) อาจารย์จะให้เลือกเด็กๆเพลงที่คุณพ่อคุณแม่อยากร้องมาฝึกเล่น และเมื่อพร้อมก็จะเชิญคุณพ่อคุณแม่มาอัดเสียงร่วมกับน้องๆเพื่อ share ให้เพื่อนๆได้ฟังหรือ write CD แจกญาติๆโดยอาจารย์จะสอนน้องๆออกแบบอัลบั้มด้วยตนเอง ในขั้นตอนนี้น้องๆจะได้เรียนการทำงานด้าน sound engineer เบื้องต้นเช่นการ Set Microphone การต่อ input Output กับคอมพิวเตอร์อย่างง่าย และการผสมเสียงหลังจากอัดไปแล้วเพื่อทำเป็น CD ( Mixing and mastering technics ) โดยได้รับการแนะนำจากอาจารย์ และนอกจากนี้ยังสามารถที่จะทำ มิวสิควิดีโอของครอบครัวหรือทำ soundtrack ประกอบ animation ได้ต่อไปด้วย
6. ทุกๆคาบผสมผสานทักษะทางดนตรีทุกชนิดเข้าด้วยกัน อาจารย์จะมี Check list ของการพัฒนาทักษะทุกอย่างและต้องแนะนำเป็นสัดส่วนที่เหมาะสมที่ทาง iSchool ได้ปรับแต่งมาจากหลักสูตรและการสอบดนตรี Trinity College London เช่นในหนึ่งคาบเรียนต้องมีทักษะการอ่านโน้ต Basic ,การฝึก Scale เพื่อพัฒนาความแม่นยำและความคล่องของกล้ามเนื้อ , เน้นการใช้หูเพื่อฟังเสียงแบบต่างๆพร้อมทั้งเล่นตาม (hearing) และเมื่อเด็กมีความพร้อมก็จะก้าวขึ้นสู่ทักษะการเล่นสดแบบ Improvisation , การแจมและเล่นวง , และวิธีการแสดงออกเพื่อให้ผู้ฟังเข้าถึง และการเรียบเรียงเพลงในระดับสูง
ในกรณีที่สนใจสามารถติดต่อพูดคุยกับอาจารย์พัชรได้โดยตรงที่ สถาบัน iSchool อาจารย์พร้อมให้คำปรึกษาและให้ความเชื่อมั่นในการเรียนกับน้องๆอย่างเต็มที่ครับ เพียงแค่เปิดใจด้วยวิธีการเรียนแบบใหม่น้องๆจะสนุกสนานและได้อะไรไปมากแน่นอน

ถาม : จำเป็นที่จะต้องซื้อเครื่องดนตรีหรือไม่
ตอบ : สำหรับโรงเรียนดนตรีโดยส่วนใหญ่ก็ต้องการให้เด็กๆได้มีเครื่องดนตรีสำหรับซ้อมที่บ้านอยู่แล้วครับ
หลายๆโรงเรียนจึงเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องดนตรีไปตามด้วย และมักแนะนำให้ผู้ปกครองซื้อสินค้าในราคาที่แพง
เนื่องเครื่องดนตรีส่วนใหญ่เช่นเปียโนหรืออีเล็กโทนมีราคาสูงๆจริง แต่สำหรับ iSchool ในกรณีที่คุณพ่อคุณแม่
มีคอมพิวเตอร์ที่บ้านอยู่แล้ว ทางอาจารย์จะแนะนำให้ซื้อคีย์บอร์ด USB ซึ่งมีราคาถูกมาก (หลักพันบาท) เพราะว่า
คีย์บอร์ดนี้เป็นคีย์บอร์ดที่ไม่มีเสียงในตัว (ต้องอาศัยเสียงจากคอมพิวเตอร์) และไม่มีวงจรไฟฟ้าซับซ้อนจนไม่จำเป็น
ต้องเสียบปลั๊กไฟ (สามารถใช้ power จาก USB ได้เลย เปรียบเสมือน mouse หรือคีย์บอร์ดสำหรับคอมพิวเตอร์)
ลองเปรียบเทียบราคาของคีย์บอร์ดมาตราฐานชนิด 61 คีย์ได้ครับ
คีย์บอร์ด USB 61 คีย์ m-audio ราคา 7,500 บาทเท่านั้น ได้คีย์บอร์ดคุณภาพดีแล้ว
อีเล็คโทน yamaha ตระกูล PSR 61 คีย์และ EL ราคามากกว่า 50,000 บาท
เปียโนแบบราคาถูก เริ่มที่ 60,000 บาท ถ้าแบบมาตราฐานราคา 100,000 บาทขึ้นไป
———————————————————
ประวัติอาจารย์ ผู้ดูแลด้าน Music Course
พัชร เกิดศิริ : Trinity college london ( pass piano performed level 6 with distinction 2536)
Trinity college london ( pass piano performed level 8 with distinction 2537)
ชนะเลิศการประกวดวงดนตรีจุฬา 2541
Producer อัลบั้มรวมเพลงจุฬาฯ 2541
มือคีย์บอร์ดยอดเยี่ยมของกรุงเทพมหานคร 2542
อาจารย์พิเศษ ม.ศิลปากร คณะดุริยางค์ศิลป์ 2542-2544
Producer อัลบั้ม HappyDdogs และ ณัฐ วุฒิเษก 2548
Arranger และคีย์บอร์ด วง Jetset’er 2549,คีย์บอร์ด ลิปตา 2550
เป็นมือคีย์บอร์ดของ boyd kosiyabong , Love is, Grammy, AF ,Vacation band, TV3
ได้รับเชิญไปร่วมเล่นดนตรีถวายกษัตริย์ จิ๊กมี่ที่ภูฎานในปี 2008 พร้อมวง Vacation Band
สามารถติดตามผลงานได้ทาง youtube ช่อง iSchool (มีมากกว่า สี่สิบคอนเสิร์ต)
……………..


Facebook
Twitter